ประชาธิปไตยจริงๆแล้วคืออะไร

การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ได้เอามาเพียงครึ่งๆกลางๆมีอยู่ว่า การปกครองตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและทรัพย์สินของเสียงส่วนน้อยด้วย

เทศกาลจับน

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ภาพ "เทศกาลจับนม" เทศกาล พิเศษ ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 14-16 กรกฎาคมนี้ ที่หมู่บ้านของชนเผ่าอี๋ ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยเปิดโอกาสให้หนุ่มๆ สัมผัสหน้าอกหน้าใจของสาวๆ ได้แบบไม่เข้าข่ายลามกอนาจารผิดกฎหมาย

รู้จักการให้อภัย

การให้อถัยมิได้หมายความว่า เราต้องยอมรับการกระทำของผู้อื่นกระทำต่อเราและมิได้ความหมายว่าเราจะลืมมันเสียแต่การให้อภัยคือการไม่ให้อารมณ์โกรธมาครอบงำ

ยอมเสียเปรียบบ้าง

พึงระลึกไว้เสมอว่าเรา"ชนะ"ตลอดไปไม่ได้และคงไม่มีอะไรเป็นไปได้อย่างใจทุกครั้ง เราอาจจะต้องเลือกระหว่างเป็นคน"ถูก"แลกกับการเป็นเพื่อนเอาไว้ ไม่ได้ว่าเราจะต้องเปลี่ยนทัศนคติหรือความเชื่อ

หายใจถูกวิธี ชีวีสุขสันต์

1. Plitvice falls(น้ำตกพลิทไวซ์ โครเอเชีย) ตั้งอยู่ในดินแดนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ในส่วนของประเทศโครเอเชีย(Croatia) แม่น้ำโครานา(Korana) ทำให้เกิดทะเลสาบ 20 แห่งไหลผ่านหินปูนและหินชอล์ก ระหว่างทะเลสาบมีน้ำตกหลายแห่งและชั้นหลากหลายทีชวนมหัศจรรย์

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำคม จากคนในประวัติศาสตร์อันโด่งดัง


ไม่กล้า ก็ไม่มีวันเดินหน้า
Nothing ventured, nothing gained.
วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์

เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว ท่านก็เริ่มถอยหลังแล้ว
When you stop advancing, you''''ve already begun to retreat.
ดร.เทียม โชควัฒนา

คนเราไม่มีใครล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกต่างหาก
There are no failures, only people who have given up.
นิรนาม

ผมยอมไม่ได้ ถ้าไม่ยอมพยายาม
I can''''t accept not trying.
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ผมเป็นคนเดินช้า แต่ผมไม่เคยเดินถอยหลัง
I am a slow walker, but I never walk backwards.
อับราฮัม ลินคอล์น

โลกทั้งโลกเปิดทางให้กับคนที่รู้ว่าตัวเองจะเดินไปทางไหน
The whole world steps aside for the man who knows where he is going.
นิรนาม

หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก
A joumey of a thousand miles must begin with a single step.
เล่าจื๊อ

อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย
Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.
ภาษิตจีน

ถ้าไม่หาทาง ก็ต้องสร้างมันขึ้นมา
We will either find a way or make one.
ฮานิบาล

อย่าคิดว่าคุณจะเดิน เดินไปเลย
Don''''t just think you''''ll wall, WALK.
ปรเมศวร์ มินศิริ

คนเราแก้อดีตไม่ได้ แต่อาจเปลี่ยนอนาคตได้
We can''''t correct the past, But we might change the future.
วรินทร์ เลียววาริณ

การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวต่อไปเป็นเรื่องยากกว่า
Getting started is hard, but the next step is harder.
ถกลเกียรติ วีรวรรณ

คำว่า ดีที่สุด มีไว้สำหรับงานต่อไปเสมอ
The word ''''Best'''' is always there for the next start.
ดวงฤทธิ์ บุนนาค

อย่ากลัวล้มทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเดิน
Don''''t think that you''''re gonna lose when you don''''t even start
ณัฐจิระ ฮอนดา

ความผิดพลาดในอดีต คือบทเรียนสำหรับในอตาคต
The falling of yesterday are the learning of tommorrow.
โรเบอร์โต บักจิโอ

แม้แต่ปลา ต้องว่ายทวนน้ำเพื่ออยู่รอด
Fish swim against the tide to survive.
นักปราชญ์

ถ้าไม่ใช่คุณแล้วใคร ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวนี้แล้วเมื่อไหร่
If not you who? If not now when?
แกรี่ เฮอร์เบิร์ท

ทางเดียวที่จะถึงเส้นชัย คือก้าวต่อไปข้างหน้า
The only way to reach the goal is moving forward.
นักกีฬาสมัครเล่น

คว้าทุกโอกาสให้ได้
Seize the day.
โฮเรซ

ผมไปได้ทุกที่ ขอเพียงแต่ต้องไปข้างหน้า
I''''ll go anywhere as long as it''''s forward.
ดร.ลิฟวิ่งสโตน

อย่ากลัวที่จะก้าวยาว ๆ เมื่อต้องข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่
Don''''t be afraid to take a big step…you can''''t cross a chasm in two small
jumps.
เดวิด ลอยด์ จอร์จ

ความใฝ่ฝัน ไม่เคยหยุดยั้ง
Ambition never comes to an end.
โยชิดะ เคนโกะ

ความเสี่ยงที่สุด คือการไม่กล้าเสี่ยงเลย
The biggest risk is not to take the risk at all
ราอูล กราเซีย บราโว

จับจ้องที่จุดหมาย ไม่ใช่ที่อุปสรรค
One should keep one''''s eyes on one''''s destination, not on where one stumbled.
สุภาษิตไนจีเรีย

ความล้มเหลวที่สุด คือการไม่กล้าแม้แต่จะลองทำ
เซอเรน คีร์เคอกอร์

ถ้าเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีรอยเท้าเป็นของตนเอง
To dare is to lose one''''s footing momentarily. Not to dare is to lose
oneself.
มูลเรลสตรอด 

อยากมองโลกในแง่ดีทำไม่ยาก

Image
- เทคนิคมองโลกในแง่ดี -
คนไทยสมัยนี้เครียดกันง่ายจัง วันๆ หนึ่งต้องพบกับความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ กันหลายๆ ครั้ง ไม่เหมือนกับคนไทยสมัยโบราณที่กว่าจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้ โน่น..ต้องมีเสือบุกเข้ามากินวัว โจรบุกเข้ามาปล้น ถึงจะเกิดความเครียดกันทีหนึ่ง เรียกว่าวันๆ หนึ่งแทบจะไม่รู้จักความเครียดกันเลย ใบหน้าคนไทยสมัยก่อนจึงมีแต่รอยยิ้ม พวกฝรั่งซึ่งเป็นคนมาจากวัฒนธรรมอื่นมาเห็นเข้าพากันแปลกใจว่าทำไมคนไทยอารมณ์ดีกันจัง ก็เลยตั้งชื่อว่าให้ว่า "สยามเมืองยิ้ม"
นอกจากนี้คนไทยยังมีวิธีคิดที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ให้รู้จักคิดปล่อยวาง คิดให้สบายใจ ในยามที่ต้องพบกับปัญหาหนักๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังเหลือร่องรอยวิธีคิดเหล่านี้อยู่ในนิสัยคนไทยทั่วๆ ไปบ้าง แต่บางคนก็ลืมไปแล้ว หรือคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก วันนี้เครือข่ายฯจึงขอนำวิธีคิดเหล่านี้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นพุทธ และ ให้มีความทันสมัย เหมาะกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้น นำเสนอเป็นเทคนิควิธีคิดมองโลกในแง่ดีสำหรับคนยุคไอที ดังต่อไปนี้

ยามพบอุปสรรคในการทำงาน
ไม่เป็นไร..เอาใหม่ : คำพูดนี้สำคัญมากครับ เอาไว้ใช้อุทาน เวลาท่านต้องประสบกับปัญหาความล้มเหลวในการทำงานหรือ เจอข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน หรือ เวลาเพื่อนร่วมงานทำงานผิดพลาด คำพูดนี้จะเป็นเครื่องปลอบใจและให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี คำว่า "ไม่เป็นไร" เป็นคำที่ทำให้จิตใจปล่อยวางจากปัญหา ไม่ถูกบีบคั้นจากปัญหา คำว่า "เอาใหม่" เป็น คำพูดที่ปลุกคุณธรรมข้อ "วิริยะ" แปลว่า เพียรสู้งาน ปลุกใจให้เราคิดสู้ปัญหา ไม่ท้อถอย

ยามพบกับเหตุการณ์ร้ายที่ไม่พึงปรารถนา
โชคดีนะเนี่ย : ไม่ว่าคุณเจอะเจอกับความทุกข์กายทุกข์ใจอะไรในชีวิตประจำวัน ให้คิดเสียว่าสิ่งเลวร้ายที่เราต้องประสบทุกๆ ครั้ง มันไม่ได้ร้ายกาจจนถึงที่สุดแม้สักอย่างเดียว มันเป็นความ"โชคดี"ของเราจริงๆ ที่ไม่เจอหนักกว่านี้
ยกตัวอย่าง
เดินหัวชนเสาหัวปูด อุทานว่า "อูย ! ..โชคดีนะเรา หัวยังไม่แตก"
โดนตัดเงินเดือน พูดกับตัวเองว่า "เขาไม่ไล่เราออก ก็บุญแล้ว ถือว่ายังโชคดีนะเนี่ย"
ทำกาแฟร้อนๆ หกรดขากางเกง พูดกับตัวเองว่า "เหอ..ๆ โชคดี ที่มันไม่หกรดเป้ากางเกงเรา"

ยามมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เขายังดีนะ : เวลาคุณมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ เช่นเพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน ฯลฯ เช่น บางคนอาจจะทำงานไม่ถูกใจ บางคนอาจจะทำอะไรผิดใจคุณ หรือ บางคนอาจจะมีเจตนาไม่ดีกับคุณ ให้คิดเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันก็ยัง ไม่ได้ร้ายกาจถึงที่สุดกับคุณแต่อย่างใด มันยังมีแง่ดีๆ ให้เราคิดถึงเขาอยู่เสมอ
ยกตัวอย่าง
คนข้างบ้านนินทาเรา เราก็บอกกับตัวเองว่า โอ้... นี่เขายังดีนะที่ไม่ถึงกับมาดักทำร้ายเรา
มีคนมาขโมยปากกาที่โต๊ะทำงานเราไป เราก็คิดว่า เจ้าขโมยนี่ยังดี ที่ไม่ยกเครื่องคอมพ์เราไป
สาวหักอก เราก็คิดว่า เธอยังดีนะเนี่ย ที่ไม่ควงคู่แข่งมาเย้ยเราให้เจ็บใจหนักไปกว่านี้
เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ เราก็คิดว่า เขาก็ยังดีที่ไม่ใส่ร้ายป้ายสีเราข้างหลัง

เทคนิคคิดเมื่อเจอปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
เอ๊ะ...! ตรงนี้เราได้อะไร : เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้จิตตั้งแง่คิดเพื่อมุ่งหาความรู้ทันทีที่ได้พบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น นาย ก. เดินตกท่อ ขาแข้งถลอก นาย ก. ทั้งๆ ที่เจ็บปวด กลับตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า เราเดินตกท่อตรงนี้ เราได้อะไร ! เท่านั้นเองคำตอบต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมามากมาย อาทิเช่น
ก. เราได้ดูแลรักษาตัวเองอีกแล้วดีจัง ไม่ได้ดูแลตัวเองมานาน
ข. เราได้บทเรียนซาบซึ้งกับคำว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง"
(เคยเดินมาดีๆ ทุกวัน วันนี้ใครกันดันมาเปิดฝาท่อ)
ค. มันทำให้เราได้ไอเดียเกี่ยวการทาแถบสีสะท้อนแสงตรงขอบท่อ เพื่อคนจะได้สังเกตเห็นได้แต่ไกลๆ
วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้เรารู้สึกเลยว่า ชีวิตนี้มีแต่ได้ ไม่มีเสีย คือ แม้ว่าเราจะพบกับสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาก็ตาม แต่ถ้าหากว่าเรารู้จักตั้งคำถามเช่นนี้เป็นนิสัย เราก็จะได้สิ่งที่ดีๆ มากมายจนบางครั้งเราอาจจะต้องนึกขอบคุณที่ได้เจอกับปัญหาบ่อยๆ เลยทีเดียว
ยังมีวิธีคิดมองโลกในแง่ดีอีกมากมายหลายวิธี ซึ่งเครือข่ายชาวพุทธกำลังค้นคว้าหาข้อมูลจากพระไตรปิฎก เพื่อประยุกต์เป็นวิธีคิดนำมาเสนอท่านโอกาสต่อไป อย่าลืมติดตามตอนที่ ๒ เร็วๆ นี้นะครับ สวัสดี

สิวอุดตัน การป้องกันและการรักษ



      สิวอุดตัน(Non-inflammatory ance หรือ Comedone ) เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ แต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว(โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก

  สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุ ฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน( Sebum) สูงมากกว่าปกติ แล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ปัญหาผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin) มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน 
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง( follicular lumen) แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง( Acne cosmetica) มักเกิดจากการใช้เครื่องสำอางบางชนิด แล้วเกิดอาการแพ้ 
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE 
6. ความเครียด
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน

  ประเภทของสิวอุดตัน(สิวไม่อักเสบ) แบ่งเป็น 

1. สิวหัวขาว หรือสิวหัวปิด 
2. สิวหัวดำ หรือสิวหัวเปิด 
3.สิวสเตียรอยด์ 
ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอุดตัน มักเกิดจากการพยายามแกะ แคะ บีบเพื่อให้สิวอุดตันหลุด และขาดความชำนาญในการกดสิว มักพบได้บ่อยคือ 
1. รอยดำจากสิว
2. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar 
3. สิวอุดตันเกิดมากขึ้น เนื่องจากการกดหรือบีบ แล้วทำให้ท่อไขมันบริเวณข้างเคียงเกิดอุดตัน จากการบาดเจ็บ( trauma)

     แนวทางการปฏิบัติสำหรับการป้องกันการเกิดสิวอุดตัน มีหลักการคือ พยายามอย่าให้ผิวมัน และการกระทบกระเทือนต่อท่อหรือต่อมไขมัน ดังนี้ 

1.ผลิตภํณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมัน และมีตัวยาป้องกันการเกิดสิว 
2. เครื่องสำอาง ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม สารดีเทอร์เจ้นท์
3. หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้า หรือ นวดหน้าแรงๆ
4. หน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้า หรือใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดหน้ามัน 
5. เลือกครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม 
6. ครีมบำรุง เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน และไม่ควรมัน ไม่มีฮอร์โมนผสมในครีมบำรุง 
7. ครีมแก้แพ้ หรือ สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin)
8. งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอสครีม 
9. พักผ่อนให้เพียงพอ 
10. ไม่เครียด
11. ห้ามกด หรือ บีบสิวเอง กรณีที่เกิดสิว 

  การรักษาสิวอุดตัน 
  
1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลาย มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1 % อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูง ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูง แต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที 
2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane,Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมัน และละลายสิวอุดตันได้ดี ทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว 
3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid ,Resorcinol,Sulphur,Aluminium oxide มักช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว( acne lotions) 
4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่าย และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง 
5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA,PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว และหลุดออกได้ง่าย
6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่า การทายาปกติ 
7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง และสีผิวขาวขึ้น เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย 


วิธีเลือกครีมกันแดดตามสภาพผิว

ครีมกันแดด

วิธีเลือกครีมกันแดดเพื่อผิวที่ควรจะปกป้อง!

ในแสงแดดนั้นมีทั้งรังสี ยูวีบี ยูวีเอ ทำให้ผิวสวยของคุณไหม้แสบร้อน และสร้างเม็ดสีเมลานิน และรังสียูวีเอทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีแล้วยังทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ทั้งรังสียูวีบีและรังสียูวีเอก่อให้เกิดฝ้า กระ หากผิวของคุณต้องเผชิญกับแสงแดดโดยปราศจากการป้องกันเพียงแค่ไม่นานนัก ผิวสวยๆ ของคุณจะร้อนแดงและตามมาด้วยผิวลอกผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นบ่อยเข้าระยะเวลาหนึ่งผ่านไปแล้วไม่ปกป้องผิวของเราอาจก่อให้เกิดอันตรายเสี่ยต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง เพราะฉะนั้นการเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพผิวเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับผิวของตนเองเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะผิวแต่ละชนิดเหมาะกับครีมกันแดดแตกต่างกัน

ผิวขาวแบบชาวยุโรป เป็นผิวบางมาก เกิดผิวไหม้ง่ายมากหลังสัมผัสกับแสงแดด จึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ (SPF 45-60)

ผิวขาวอมชมพูในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บอบบางมาก เกิดผิวไหม้ได้ไว เกิดผิวสีแทนได้ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)

ผิวขาวเหลืองในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บางแต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงสามารถทนต่อแสงแดด การเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ช้ากว่าผิว 2 ชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30)

ผิวคล้ำ มีเมลานินสูง ผิวสีน้ำตาลไม่เกิดการไหม้ ไม่เกิดสีแทน ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15)


SPF ค่าสูงป้องกันได้นานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่า

ความเป็นจริงแล้วค่า SPF (Sun Protection Factor) บ่งบอกถึงระดับความยาวนานของการป้องกันแสงแดดโดยไม่ทำให้ผิวร้อนแดง โดยค่าสูงสามารถปกป้องได้ยาวนานกว่าค่าต่ำ ทำให้ไม่ต้องทาครีมบ่อย

สำหรับผู้ผิวขาวชนิดที่ 1-3

ครีมกันแดดที่มี SPF 15 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (15 x 5) = 75 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 15 นาที

ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (30 x 5) = 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที

ครีมกันแดดที่มี SPF 60 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (60 x 5) = 300 นาที หรือ 5 ชั่วโมง

สำหรับผู้มีผิวคล้ำ ชนิดที่ 4

ครีมกันแดดที่มี SPF 15 มีระยะเวลาที่ทำให้ผิวร้อนแดง(15 x 15) = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที

ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (30 x 15) = 450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง 30 นาที

ครีมกันแดดที่มี SPF 60 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (60 x 15) = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง

เลือกครีมกันแดดอย่างฉลาด

เลือกที่ป้องกันได้ทั้ง ยูวีเอ และ ยูวีบี

ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพควรสามารถป้องกันทั้งรังสี ยูวีเอ และยูวีบี โดยสังเกตฉลากจากส่วนผสมแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ

Physical sunscreen (สารอนินทรีย์) ได้แก่ ไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2 ) มีคุณสมบัติป้องกันรังสี ยูวีบีและซิงค์ออกไซด์ (ZnO) ป้องกันรังสี ยูวีเอ สาร Physical sunscreen นี้ไม่กำหนดปริมาณที่อนุญาต แต่เมื่อทาแล้วไม่ก่ออันตราย ไม่แพ้ แต่ทาแล้วเป็นปื้นขาว ทำให้หน้าขาววอกเกินไป

Chemical sunscreen (สารอินทรีย์) ลักษณะเป็นน้ำมันไม่เกิดปื้นขาว เป็นสารผสมในเครื่องสำอางควบคุม ต้องขึ้นทะเบียน อย. เพื่อควบคุมความเข้มข้นที่ไม่ก่ออันตรายกับผิวหนัง เพราะสารเคมีบางชนิดก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สารประเภทนี้ได้แก่ Padimate O อนุญาตให้ใช้ได้ถึง 8% , Octylmethoxycinnamte 10%, Octyl salicylate 5% , Homosalate 10%

SPF ยิ่งสูงยิ่งต้องระวังแพ้

ผู้ผลิตครีมกันแดดนิยมเพิ่มสาร chemical sunscreen เข้าไปเพื่อเพิ่มค่า SPF ให้สูงและเพิ่มราคาได้มาก ทำให้มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการแพ้มากกว่า SPF ต่ำซึ่งมีสาร physical sunscreen ในสัดส่วนที่มากกว่า

วิธีทดสอบการแพ้ครีมกันแดด

ให้ทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท (delay sensitivity) จะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ

กันน้ำได้ชัวร์กว่า

ครีมกันแดดที่กันน้ำได้ เลือกที่มีส่วนผสมของ Silicone หรือระบุในฉลากว่ากันน้ำได้ มีวิธีการทดสอบด้วยตนเองโดยทาครีมให้ทั่วแขนแล้วจุ่มแขนลงน้ำแล้วยกแขนขึ้น มา น้ำจะไหลลงจากแขนไปหมด โดยไม่มีน้ำเกาะติดกับผิวเหมือนที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด

เล่นน้ำทั้งวันควรทาหลายครั้ง

ไม่ควรชะล่าใจเพียงเพราะเห็นว่าครีมยังเหนียวเกาะผิวอยู่ เพราะครีมกันแดดทุกชนิดเมื่อครบเวลาที่สามารถป้องกันได้แล้ว ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดจะลดลงทันที ทำให้เกิดผิวสีแทนและลอกในเวลาต่อมา โดยที่ไม่รู้สึกแสบร้อนเลย

ลมแรงไม่มีแสงแดดอย่าประมาท

ธรรมชาติของรังสี ยูวีเอ และ ยูวีบี ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนแสงทั่วไป และยูวีบี ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกในสำนักงานได้แต่แสงยูวีเอสามารถทะลุผ่านกระจกใน สำนักงานได้ จึงควรทาครีมกันแดดไว้เสมอแม้อยู่ที่ร่ม และลมแรงพาความชุ่มชื้นจากผิวหนังออกไปได้เช่นกัน ทำให้ผิวแห้งกร้าน ควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ร่วมด้วย หรือทาครีมกันแดดที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์หรือน้ำมันผสมอยู่เพื่อความสะดวก ทำให้ได้ผิวขาวและนุ่มเนียนไร้ริ้วรอย

หน้าใสไร้สิว

10 วิธีทำให้หน้าใส ไร้สิวจ้า


สำหรับคนที่หน้าไม่ใสหรือเป็นสิวนะคับฟังทางนี้ค่ะ!!
คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องหน้าไม่ใสหรือสิวขึ้นใช่หรือไม่
ถ้าคุณเจอปัญหาเล่านี้มีทางแก้แล้วคับ เค้าวิจัยกันมาแล้วกว่า 80 %

1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง 3 - 3.30 ทุม
ข้อแรกสำคัญค่ะ
2. ถ้าเป็นเพศชาย กรุณาอย่าชัก...บ่อยติดต่อกันค่ะ
(ลองเว้นระยะซัก 1 อาทิตย์ แล้วดูผล)

3. ถ้าเป็นเพศหญิง ตอนประจำ....มาอย่าพยายามกินของมันและ
อย่าให้ผมปิดหน้าเพราะเมื่อมีประจำ...ผมคุณจะไม่สะอาดเพราะ
อะไรไม่ทราบเหมือนกันไม่ได้เป็นผู้หญิง แต่เค้าสำรวจแล้ว

4.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3
เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ
แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า
บ่อยๆจะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น
มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆค่ะหน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้
แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจิงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้
เพื่อไม่ให้หน้ามันแต่ถ้าแพ้อีกเราก็ไม่รู้จะทำไงแล้วแหละ

5.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 คร้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่แต่ขั้นต่ำ
ไม่เกิน 30 นาที
เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดนเด็ดขาด ถ้าคุณล้าง
หน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็น
จะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า

6.ไม่ควรกินของมัน แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว มีวิธีแก้ค่ะคุณกินน้ำตามเมื่อคุณกินของมันเสร้จกินมากๆจะช่วยได้ค่ะ

7.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆนี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคับ กินเมื่อฉี่ หรือ เยี๊ยวนั้นแหละ พอฉี่เสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตาม
เสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุณและหน้าคุณจะใสไร้
สิว

8. พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆมากๆจะทำให้สิวขึ้น

9.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ด
ตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น

10. อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัว
ช้างได้

11.ทำตาม 10 ข้อข้างบนได้หน้าคุณจะใสและไร้สิว หุหุ
****ถ้าคุณทำได้อยากที่เราโพสไปนี้อย่าน้อย 1 อาทิตย์คุณจะหน้าใส
และสิวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ****

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1405352#ixzz1RWe2pvnc

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กูเกิล พลัส เปิดให้บริการแล้ว หวังแข่งเฟซบุ๊ก


กูเกิล พลัส เปิดให้บริการแล้ว หวังแข่งเฟซบุ๊ก


google +

google +


คลิป The Google+ project: A quick look
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก plus.google.com

         กูเกิล เปิดให้บริการ "กูเกิล พลัส" เว็บไซต์สังคมออนไลน์แล้ว หวังแข่งกับ เฟซบุ๊ก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่า 500 ล้านราย

         โดยบริการ "กูเกิล พลัส" (Google+) จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถแบ่งปันภาพถ่าย ข้อความ แสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งรวมถึงบริการแผนที่ หรือ กูเกิล แม็ป และภาพเข้าไว้ด้วยกัน แต่ก็ยังใช้บริการอื่น ๆ ของ กูเกิล ได้เช่นเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ภายในกลุ่มได้อย่างง่ายดาย

         สำหรับ กูเกิล พลัส จะมีบริการหลัก ๆ ทั้งสิ้น 5 ประเภท ประกอบด้วย "Circles" (หรือการแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับบุคคลใกล้ชิด), "Hangouts" (บริการพูดคุยผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์), "Huddle" (การแชทเป็นกลุ่มในครั้งเดียว), "Instant Upload" (บริการอัพโหลดภาพและวิดีโอส่วนตัวของคุณ) และ "Sparks" (บริการแบ่งปันวิดีโอและบทความ)

Google+

Google+

Google+

Google+

Google+

Google+

         ทั้งนี้ ทาง กูเกิล ครองส่วนแบ่งตลาดเซิร์ช เอ็นจิ้น มากกว่าสองในสามของสหรัฐฯ และพยายามหาทางแข่งขันกับ เฟซบุ๊ก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามก็ประสบความล้มเหลว หลังบริการ กูเกิล เวฟ และ กูเกิล บัซ ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการมากนัก

         นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางราย ระบุว่า กูเกิล ได้นำเนื้อหาบางส่วนของ เฟซบุ๊ก มาออกแบบเสียใหม่ โดยเพิ่มบริการวิดีโอแชท หรือการพูดคุยผ่านวิดีโอเพิ่มเติมเท่านั้น และ กูเกิล อาจไม่สามารถทำให้สาวกของเฟซบุ๊กเปลี่ยนใจมาใช้บริการใหม่นี้ได้ เนื่องจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่ก็จะมีสังคมของตนเองอยู่แล้ว อีกทั้ง บริการ กูเกิล พลัส ยังเปิดให้ใช้ในวงจำกัดเท่านั้น แม้ว่าในอนาคตจะมีแผนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ในวงกว้างเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น การที่ กูเกิล จะชักจูงให้ผู้ใช้เหล่านั้นหันมาสนใจบริการกูเกิล พลัส จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง


คลิป The Google+ project: Circles

คลิป The Google+ project: Sparks

คลิป The Google+ project: Hangouts

คลิป The Google+ project: Instant Upload

คลิป The Google+ project: Huddle


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More